ถั่วฝักยาว ภาษาอังกฤษ Yard Long bean
ถั่วฝักยาว ชื่อวิทยาศาสตร์ Vigna unguiculata subsp. sesquipedalis
ถั่วฝักยาวจัดอยู่ในวงศ์ถั่ว (Fabaceae) เช่นเดียวกันกับถั่วเหลือง ถั่วเขียว ถั่วดำ ถั่วแดง ถั่วลันเตาถั่วลิสง และถั่วพู โดยมีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนและอินเดีย
จัดเป็นฝักที่มีชาวเอเชียนิยมรับประทาน
และยังเป็นผักที่มีความสำคัญชนิดหนึ่งของประเทศไทย
เพราะนอกจากจะใช้ปรุงเป็นอาหารได้อย่างหลากหลายแล้ว
ยังใช้เป็นวัตถุดิบในด้านอุตสาหกรรมแช่แข็งและบรรจุกระป๋องอีกด้วย
ลักษณะของต้นถั่วฝักยาว
ลำต้นเป็นไม้เลื้อย เถาเป็นสีเขียวอ่อน เถาจะแข็งและเหนียวคล้ายกับถั่วพู
ลักต้นม้วนพันสิ่งยึดเกาะได้ ลักษณะของใบเป็นใบประกอบแบบฝ่ามือ มี 3 ใบย่อยลักษณะคล้ายรูสามเหลี่ยมยาวประมาณ 6-10 เซนติเมตร ส่วนลักษณะของดอกถั่วฝักยาว จะออกดอกเป็นช่อตามซอกใบ
กลีบดอกเป็นสีขาว (หรือน้ำเงินอ่อน) ฝักมีลักษณะกลม (เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 0.5-1
เซนติเมตร) ยาวประมาณ20-80 เซนติเมตร
และในฝักมีเมล็ดอยู่หลายเมล็ด
ถั่วฝักยาว ประกอบไปด้วยด้วยวิตามินและแร่ธาตุสำคัญๆหลายชนิดไม่ว่าจะเป็น วิตามินเอ วิตามินบี ธาตุเหล็ก ซัลเฟอร์ ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม และที่สำคัญยังเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยวิตามินซี โฟเลต
แมกนีเซียมและแมงกานีสอีกด้วย ซึ่งนับว่ามีประโยชน์อย่างมากต่อร่างกายเลยทีเดียว
ถั่วฝักยาวแม้จะมีประโยชน์แต่สิ่งที่คุณต้องระวังให้มากนั่นก็คือสารพิษจากยาฆ่าแมลงตกค้าง
ซึ่งจากการสุ่มตรวจเพื่อหาการตกค้างของยา ฆ่าแมลงในกลุมคาร์บาร์เมตและไพรีทรอยด์
ก็มักจะพบสารเหล่านี้แทบทุกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสารไซเมอร์เมทรินและเมโทมิลที่ไม่รู้จักหมดไปเสียที
ซึ่งวิธีการป้องกันง่ายๆสำหรับผู้บริโภค คือ การนำผักมาล้างให้สะอาดหลายๆครั้ง
เพื่อลดปริมาณยาฆ่าแมลงที่ตกค้างให้เจือจางลงกว่าเดิม
เพื่อความปลอดภัยและไม่ให้เป็นโทษต่อร่างกาย
คุณค่าทางโภชนาการของถั่วฝักยาวต่อ 100 กรัม
พลังงาน 47 กิโลแคลอรี
คาร์โบไฮเดรต 8.35 กรัม
ไขมัน 0.4 กรัม
โปรตีน 2.8 กรัม
วิตามินเอ 43 ไมโครกรัม 5%
วิตามินบี1 0.107 มิลลิกรัม 9%
วิตามินบี2 0.11 มิลลิกรัม 9%
วิตามินบี3 0.41 มิลลิกรัม 3%
วิตามินบี5 0.55 มิลลิกรัม 11%
วิตามินบี6 0.024 มิลลิกรัม 2%
วิตามินบี9 62 ไมโครกรัม 16%
วิตามินซี 18.8 มิลลิกรัม 23%
ธาตุแคลเซียม 50 มิลลิกรัม 5%
ธาตุเหล็ก 0.47 มิลลิกรัม 4%
ธาตุแมกนีเซียม 44 มิลลิกรัม 12%
ธาตุแมงกานีส 0.205 มิลลิกรัม 10%
ธาตุฟอสฟอรัส 59 มิลลิกรัม 8%
ธาตุโพแทสเซียม 240 มิลลิกรัม 5%
ธาตุสังกะสี 0.37 มิลลิกรัม 4%
% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่
(ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)
ประโยชน์ของถั่วฝักยาว
สรรพคุณของถั่วฝักยาวช่วยบำรุงกระดูกและฟัน
ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน
ฟอสฟอรัสมีส่วนช่วยเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต
ไขมันและโปรตีน
วิตามินซีช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
ป้องกันการเกิดโรคหวัด
ถั่วฝักยาวประโยชน์ช่วยป้องกันและรักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน
ช่วยแก้กระหาย ด้วยรสชุ่มชื่น
ด้วยการใช้เมล็ดแห้งหรือสดนำมาคั้นสดหรือต้มกับกินกับน้ำ(เมล็ด)
ช่วยแก้อาเจียน
ด้วยการใช้เมล็ดแห้งหรือสดนำมาคั้นสดหรือต้มกับกินกับน้ำ (เมล็ด)
สำหรับเด็กที่เบื่ออาหาร
เนื่องจากกระเพาะอาหารทำงานไม่ดี ให้ใช้รากสดนำมาผสมกับรากเถาตดหมาตดหมู แล้วนำมาตุ๋นกับเนื้อวัวกินจะช่วยแก้อาการเบื้ออาการได้
(ราก)
ถั่วฝักยาวสรรพคุณช่วยแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ
แน่นท้อง เรอเปรี้ยว ด้วยการเคี้ยวฝักสดกิน (ฝัก)
ใช้ใบสดประมาณ 60-100 กรัมนำมาต้มกับน้ำใช้รักษารักษาโรคหนองในและอาการปัสสาวะเป็นหนอง
(ใบ)
ใช้เป็นยาบำรุงม้ามและไต
ด้วยการใช้เมล็ดแห้งหรือสดนำมาคั้นสดหรือต้มกับกินกับน้ำ
หรือจะใช้รากนำมาตุ๋นกินเนื้อก็ได้เช่นกัน (ฝัก,ราก,เมล็ด)
สรรพคุณถั่วฝักยาวสดหรือเมล็ด
นำมาต้มกับน้ำผสมกับเกลือนำมารับประทานเป็นยาบำรุงไต (ฝัก,เมล็ด)
ใช้รากสดนำไปเผาแล้วบดจนละเอียดผสมกับน้ำแล้วใช้ทาเป็นยารักษาโรคหนองในที่หนองไหล
(ราก)
ถั่วฝักยาวสรรพคุณทางยาช่วยรักษาฝีเนื้อร้าย
ช่วยทำให้เนื้อเยื่อเจริญเร็วขึ้น
ด้วยการใช้รากสดนำไปเผาแล้วบดจนละเอียดผสมกับน้ำแล้วใช้ทาบริเวณที่เป็น (ราก)
ช่วยแก้อาการปัสสาวะกะปริบกะปรอย
ด้วยการใช้เมล็ดแห้งหรือสดนำมาคั้นสดหรือต้มกับกินกับน้ำ (เมล็ด)
ช่วยแก้ตกขาว
ด้วยการใช้เมล็ดแห้งหรือสดและผักบุ้งนำมาตุ๋นกับเนื้อไก่รับประทานจะช่วยแก้อาการตกขาวได้ (เมล็ด)
ช่วยรักษาอาการปวดบวม ปวดตามเอว
และรักษาแผลที่เต้านม ด้วยการใช้เปลือกฝักประมาณ
100-150 กรัมนำมาต้มกิน หรือใช้ภายนอกด้วยการนำมาตำแล้วพอกบริเวณที่ปวด
(เปลือกฝัก)
เมนูถั่วฝักยาว เช่น แกงส้มถั่วฝักยาว
ถั่วฝักยาวผัดกะปิกุ้ง ถั่วฝักยาวผัดกุ้ง หมูผัดพริกแกงถั่วฝักยาว ผัดเป็ดถั่วฝักยาวหมูสับ หมูผัดเต้าเจี้ยวถั่วฝักยาว
ผัดพริกขิงหมูใส่ถั่วฝักยาว กระเพาะหมูใส่ถั่วฝักยาว ถั่วฝักยาวผัดเต้าหู้ยี้ ฯลฯ
คำแนะนำ : สำหรับผู้ที่มีอาการท้องผูก
ไม่ควรนำมาเมล็ดของถั่วฝักยาวมารับประทาน
แหล่งอ้างอิง : วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี (EN), เว็บไซต์เดอะแดนดอทคอม, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
(สสส.)
ปรับปรุงเนื้อหาครั้งล่าสุด
เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2013 เวลา 17:36 น.

No comments:
Post a Comment