แครอท ภาษาอังกฤษ Carrot แครอท
ชื่อวิทยาศาสตร์ คือ ดอคุ๊ส คาโรต้า (Daucus carota. Linn) เป็นพืชในแถบเอเชียตะวันออกและเอเชียกลาง เป็นที่นิยมปลูกและรับประทานทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีหลายขนาดตั้งแต่ขนาดเล็กเท่าดินสอไปจนถึงขนาดใหญ่ และมีหลากหลายสี เช่น สีเหลือง สีม่วง แต่ที่นิยมรับประทานนั้นจะเป็นแครอทสีส้มและยังจัดเป็นอาหารเพื่อสุขภาพอีกด้วย
แครอทเป็นผักหรือผลไม้? ตอบ แครอทเป็นผัก เพราะแครอทคือส่วนของราก ซึ่งถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของพืชนั่นเอง แครอทจึงไม่ใช่ผลไม้
แครอท สรรพคุณนั้นมีค่อนข้างหลากหลาย เพราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ เช่น เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบี1วิตามินบี2 วิตามินซี วิตามินอี ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และยังมีสารสำคัญอย่าง “ฟอลคารินอล” (falcarinol) ซึ่งช่วยต่อต้านเซลล์มะเร็ง เป็นต้น สำหรับประโยชน์ของแครอทนั้นที่เด่นๆ ก็เห็นจะเป็นการนำมาใช้ประกอบอาหารได้อย่างหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นของหวานของคาว ทั้งผัด ทอด แกง ต้ม ซุป สลัด ยำ ก็มีแครอทเป็นส่วนประกอบทั้งนั้น และยังมีเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอย่างน้ำแครอทปั่นอีกด้วย ยังไม่หมดเท่านี้สรรพคุณของแครอทที่ใช้เป็นยารักษาโรคก็ใช้รักษาได้อย่างหลากหลายเช่นกัน เช่น เป็นต้น ซึ่งน้อยคนที่จะรู้
การรับประทานแครอทให้ได้คุณค่าทางอาหารอย่างสูงสุด
มีคำแนะนำว่าควรปรุงให้สุกก่อนนำมารับประทานเนื่องจากแครอทมีผนังเซลล์ที่แข็ง
การรับประทานแบบดิบๆ จะได้รับประโยชน์ไม่เต็มที่
เพราะร่างกายได้รับสารเบต้าแคโรทีนไม่ถึง 25% การทำให้สุกก่อนนำมารับประทานจะทำให้ผนังเซลล์ที่แข็งตัวสลายออกไป
ทำให้ร่างกายได้รับเบต้าแคโรทีนได้อย่างสูงสุด และมีคำ แนะนำว่าควรรับประทานแครอทร่วมกับอาหารที่มีไขมัน
เนื่องจากเบต้าแคโรทีนละลายได้ดีในไขมัน
จึงทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารเบต้าแคโรทีนได้มากกว่าครึ่งจากการรับประทานปกติ
(ที่มา : หนังสือชีวจิต)
แต่มีงานวิจัยล่าสุดออกมาว่าไม่ควรหั่นแครอทเป็นชิ้นๆ ก่อนนำมาปรุงอาหาร เพราะจะทำให้สูญเสียประสิทธิภาพของสาร “ฟอลคารินอล” ซึ่งเป็นสารต้านมะเร็งที่อยู่ในแครอท เนื่องจากการหั่นแครอทเป็นชิ้นๆ จะไปเพิ่มพื้นที่ผิวซึ่งทำให้สารอาหารที่เราควรจะได้รับถูกกรองทิ้งลงไปรวมกับน้ำในขณะประกอบอาหาร ดังนั้นถ้าอยากให้สารอาหารครบถ้วนก็ไม่ควรนำแครอทไปหั่นก่อนการปรุงอาหาร แต่ควรนำมาหั่นหลังปรุงอาหารเสร็จแล้วจะดีกว่า
แครอท นั้นนอกจากจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่สิ่งที่ต้องระวังก็คือสารตะกั่วที่อาจจะเป็นของแถมที่คุณไม่ต้องการ เพราะถ้าแครอทที่นำมาขายนั้นเพาะปลูกใกล้แหล่งอุตสาหกรรมหรือใกล้แหล่งน้ำที่มีสารตะกั่วปนเปื้อน จะทำให้แครอทดูดซึมสารตะกั่วเข้าไปสะสมในหัวแครอทได้ การนำมารับประทานสดๆ จึงเท่ากับว่าร่างกายได้รับสารตะกั่วเข้าไปเต็มๆ แต่สารตะกั่วนั้นการปลอมปนเพียงเล็กน้อยถือว่าเป็นเรื่องปกติถ้าไม่เกินค่ามาตรฐานคือ 1 มิลลิกรัมต่ออาหาร 1 กิโลกรัมถือว่ารับประทานได้อย่างอย่างปลอดภัย ดังนั้นควรเลือกซื้อแครอทที่มาจากแหล่งเพาะปลูกที่ปลอดภัย หรือเลือกรับประทานผักผลไม้ให้หลากหลาย และการรับประทานแครอทสีส้มเป็นจำมากเป็นประจำติดต่อกันอาจทำให้สีผิวเปลี่ยนเป็นสีเหลืองได้
(สารตะกั่วมีผลเสียโดยตรงกับระบบประสาท ระบบการทำงานของไต ทางเดินอาหาร เซลล์ไขกระดูก อาการเบื่ออาหาร คลื่นไส้อาเจียน โรคโลหิตจาง ทำให้เซลล์เม็ดเลือดแดงแตกง่าย)
คุณค่าทางโภชนาการของแครอท ต่อ 100 กรัม
พลังงาน 41 กิโลแคลอรี
คาร์โบไฮเดรต 9.6 กรัม
เส้นใย 2.8 กรัม
ไขมัน 0.24 กรัม
วิตามินเอ 835 ไมโครกรัม 104%
เบต้าแคโรทีน 8,285 ไมโครกรัม 77%
ลูทีน และ ซีแซนทีน 256 ไมโครกรัม
วิตามินบี1 0.066 มิลลิกรัม 6%
วิตามินบี2 0.058 มิลลิกรัม 5%
วิตามินซี 5.9 มิลลิกรัม 7%
วิตามินอี 0.66 มิลลิกรัม 4%
ธาตุแคลเซียม 33 มิลลิกรัม 3%
ธาตุเหล็ก 0.3 มิลลิกรัม 2%
ธาตุฟอสฟอรัส 35 มิลลิกรัม 5%
ธาตุโพแทสเซียม 320 มิลลิกรัม 7%
ธาตุฟลูออไรด์ 3.2
ไมโครกรัม
% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่
(ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)
ประโยชน์ของแครอท
ช่วยบำรุงสุขภาพผิว ให้สดใสเปล่งปลั่ง
ช่วยป้องกันเซลล์ผิวไม่ให้ถูกทำลายได้ง่าย จากมลภาวะแสงแดดต่างๆ
ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกาย
ช่วยบำรุงกระดูก ฟัน เหงือก เล็บ ให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
ช่วยสร้างสร้างภูมิต้านทานโรคของร่างกายให้แข็งแรงยิ่งขึ้น
ช่วยยับยั้งต่อต้านการเกิดโรคมะเร็ง
ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย
ช่วยรักษาโรคความดันโลหิตสูง
สรรพคุณ แครอทช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือด
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในระบบไหลเวียนของเลือด
ช่วยบำรุงเซลล์ผิวหนัง
ประโยชน์ของแครอท ช่วยบำรุงเส้นผม
ช่วยลดอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤษ์ อัมพาต
ช่วยลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคหัวใจและภาวะหัวใจล้มเหลว
ช่วยบำรุงและรักษาสายตา
รักษาโรคตาฟาง และต้อกระจก
ช่วยรักษาโรคถุงลมโป่งพองและไทยรอยด์เป็นพิษ
ช่วยย่อยอาหาร
และช่วยแก้และบรรเทาท้องผูก
แครอท สรรพคุณใช้เป็นยาขับปัสสาวะ
ใช้เป็นยาถ่ายพยาธิไส้เดือน
สรรพคุณของแครอท ช่วยรักษาฝี
แผลเน่าต่างๆ
นิยมนำมาประกอบอาหารทั้งคาวและหวาน
ใช้ทำเป็นน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพหรือ น้ำแครอท หรือนำมาทำเป็น เค้กแครอท
ในด้านความ นำน้ำแครอทผสมมะนาว ทาผิวหน้าบำรุงผิวพรรณ
ลดรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า
ใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางบางชนิด
เช่น สบู่แครอท เป็นต้น
น้ําแครอท
วิธีทำน้ำแครอท อันดับแรกให้เตรียมวัตถุดิบดังนี้
แครอท 1 ผล / น้ำเชื่อม 1 ถ้วย / เกลือ 2 ช้อนชา / น้ำมะนาว 2 ช้อนโตีะ /
และน้ำต้มสุก 4 ถ้วย
นำแครอทมาล้างน้ำให้สะอาด
แล้วปอกเปลือกออก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
จากนั้นนำแครอทที่ได้ใส่โถปั่น
แล้วตามด้วยน้ำเชื่อม น้ำต้มสุก น้ำมะนาว และเกลือ
ปั่นจนเนื้อละเอียด
เป็นอันเสร็จจะได้น้ำแครอทฝีมือเราแล้ว (จะดื่มสดๆ
หรือนำไปแช่เย็นหรือเต็มน้ำแข็งก็ได้ตามใจชอบเลย)
หรืออีกสูตรให้นำแครอทที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
ครึ่งถ้วย / น้ำเชื่อม 5 ช้อนโต๊ะ / น้ำแข็งบด 1 ถ้วย
นำมาปั่นรวมกันก็อร่อยใช้ได้เหมือนกัน เสร็จแล้ววิธีทำน้ำแครอท
แหล่งอ้างอิง : วิกิพีเดีย
สารานุกรมเสรี, หนังสือชีวจิต
ปรับปรุงเนื้อหาครั้งล่าสุด
เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2013 เวลา 21:04 น.

No comments:
Post a Comment